คุยให้อ่านเรื่อง “ถั่วงอก”

หนึ่งในเมนูผักที่หลายคนติดใจมากๆ ประมาณว่า กินได้กินดี ไม่ว่าจะใส่ก๋วยเตี๋ยว ผัดน้ำมันหอย หรือแม้แต่ทำอาหารว่างอย่างปอเปี๊ยะสด ทำให้เราเกิดอยากรู้ถึงที่มาที่ไปว่า เจ้าผักชนิดนี้ เข้ามาสู่เมืองไทยได้อย่างไร และมีประโยชน์มากแค่ไหน เพราะต้นเล็กนิดเดียวจะมีสารอาหารเยอะจริงไหม วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

ว่ากันว่า เรื่องราวของผักต้นเล็กๆ อย่างถั่วงอก มีปรากฎอยู่ในหนังสือชื่อ Honzou Wamyou (the oldest book for medical plants) ซึ่งเป็นหนังสือเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ระบุเกี่ยวกับการใช้พืชมารักษาโรค ถูกเขียนขึ้นมาในสมัยเฮอัง (ราว ค.ศ 794 – 1185)  ต่อมาในยุคเอโดะ (ราว ค.ศ 1603 – 1868) มีการนำเมล็ดถั่วเปลือกดำมาใช้ในการรักษาโรค จนกระทั่งปลายยุคสมัยเมจิ (ราว ค.ศ. 1868 – 1912) ได้มีการนำเมล็ดถั่วมาเพาะปลูกในเชิงการเกษตร และ แพร่ขยายไปสู่ภัตตาคารของประเทศจีน และถั่วงอกก็เริ่มถูกนำบริโภคในระดับครัวเรือนอย่างกว้างขวางตั้งแต่นั้นมา (อ้างอิง : https://www.talingchanbeansprouts.com/)

โดยถั่วงอกที่เรากินอยู่ในทุกวันนี้ เป็นถั่วงอกที่นิยมปลูกจากถั่ว 3 ประเภทนี้ค่ะ

  1. “ถั่วเขียว” ถั่วงอกที่ได้จะมีผิวที่ขาวกว่าถั่วชนิดอื่น มีวิตามินซีสูงที่สุด
  2. “ถั่วดำ” ลำต้นผอมยาวกว่าถั่วงอกถั่วเขียว จะมีกลิ่นเหม็นเขียวเล็กน้อย แต่รสชาติหวานและกรอบกว่า
  3. “ถั่วเหลือง” คล้ายถั่วเขียวงอกทุกอย่าง แต่หัวโตกว่า ที่บางคนเรียกว่า ถั่วงอกหัวโต จึงให้ความมันอร่อยกว่าถั่วงอกชนิดอื่น ข้อเสียคือ เน่าเสียไวกว่า

ไม่ว่าจะเป็นถั่วงอกจากถั่วอะไร โดยภาพรวมแล้วราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น และยังเพาะได้ทุกฤดู จัดเป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำ ให้สารอาหารสูง มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จึงเหมาะกับคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ถั่วงอกยังมีโปรตีน วิตามินซี และไฟเบอร์ โดยไฟเบอร์นี้ทำหน้าที่ดูดซับน้ำในกระเพาะและขยายตัว ทำให้เกิดกระบวนการขับสารพิษในกระบวนการย่อยอาหาร

ถั่วงอกยังเป็นผักที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง มีส่วนช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ผิวนุ่ม เปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวล  ทั้งยังมีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายและยังช่วยป้องกันหวัด และช่วยสร้างฮอร์โมนระงับความเครียดต่างๆ คนทำงานทั้งหลายไม่ควรพลาดนะคะ

ยังมีคำถามตามมาอีกว่า แล้วที่ว่าไม่ควรกินถั่วงอกดิบจริงไหม?

จริงค่ะ แม้บางเมนูกินดิบๆ ยิ่งอร่อย เพราะได้ความกรอบเน้นๆ แต่เนื่องจาก ถั่วงอกดิบมีกรดไฟติกมาก คนที่ปวดเข่าจึงควรหลีกเลี่ยง เพราะกรดชนิดนี้จะไปแย่งจับแคลเซียม หากอยากกินควรปรุงสุกเสียก่อน

ขอปิดท้ายประโยชน์ของถั่วงอกที่สาวๆ อาจจะยังไม่รู้มาก่อนอีกสักนิด นั่นคือ การกินถั่วงอกเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือนจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติของประจำเดือนได้ ไม่เชื่อ ลองทานกันดูนะคะ

 

ข้อมูลจาก