2 วิธีปอกเปลือกมะเขือเทศแบบไม่ใช้มีด

พอได้ยินคำว่า “มะเขือเทศ” สัมผัสได้ถึงความสุขภาพดียังไงไม่รู้ เพราะในมะเขือเทศเด่นที่การมีไลโคปีน  (Lycopene) อยู่มากมาย โดยเฉพาะที่เปลือกของมะเขือเทศ เพราะเป็นแหล่งรวมวิตามินซี เบตาแคโรทีน และไลโคปีน ยิ่งเป็นมะเขือเทศสุก ไลโคปีนจะยิ่งเยอะขึ้น แต่ในบางครั้งการประกอบอาหารในบางเมนูก็จำเป็นต้องนำเอาเปลือกออกก่อน วันนี้ KC Fresh จึงนำวิธีนำเปลือกออกแบบง่ายๆ มาบอกกัน

แต่ก่อนจะไปรู้จักวิธีต่างๆ ขอเล่าให้รู้ก่อนว่า ไลโคปีนคือ สารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด ซึ่งเราพบไลโคปีนในผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้เช่นเดียวกับในมะเขือเทศ นั่นคือ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ โดยไลโคปีนในมะเขือเทศสด มีปริมาณไลโคปีน 0.88-4.20 มิลลิกรัม แต่จะพบมากขึ้นเมื่อนำมะเขือเทศไปผ่านความร้อน

ฉะนั้นใครที่คิดว่ากินมะเขือสดจะได้ปริมาณไลโคปินมากที่สุดต้องคิดใหม่นะคะ เพราะในกรณีของมะเขือเทศเป็นข้อยกเว้น เมื่อมะเขือเทศผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า ยืนยันได้จากปริมาณไลโคปีนต่อน้ำหนัก 100 กรัม ดังนี้ค่ะ

  • มะเขือเทศปรุงสุก มีปริมาณไลโคปีน 3.70 มิลลิกรัม
  • ซอสมะเขือเทศ (Tomato sauce) มีปริมาณไลโคปีน 6.20 มิลลิกรัม
  • ซุปมะเขือเทศเข้มข้น  มีปริมาณไลโคปีน 7.99 มิลลิกรัม
  • น้ำมะเขือเทศ มีปริมาณไลโคปีน 5.00-11.60 มิลลิกรัม
  • ซอสมะเขือเทศ (Tomato Ketchup) มีปริมาณไลโคปีน 9.90-13.44 มิลลิกรัม

 

ทีนี้ก็มาถึงวิธีนำเปลือกมะเขือเทศออกตามสัญญากันแล้ว ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มเลยค่ะ

วิธีแรก : ใช้น้ำต้มเดือด

1. ล้างและกรีดก้นมะเขือเทศเป็นรูปกากบาทเพื่อจะได้ปอกง่ายขึ้น

2. ตั้งหม้อต้มน้ำร้อน ขณะเดียวกันก็เตรียมชามใส่น้ำเย็นวางไว้ข้างๆ เตา

3. นำมะเขือเทศใส่ลงในน้ำเดือดจนเปลือกเริ่มปริ (ประมาณ 15-25 วินาที) 

4. ตักมะเขือเทศใส่ในชามน้ำเย็นที่วางไว้ข้างเตาทันทีเพื่อทำให้มะเขือเทศเย็นลงและไม่สุกไปกว่านี้

5. เมื่อมะเขือเทศเย็นตัวจนสามารถจับได้ เปลือกมะเขือเทศน่าจะเหี่ยวและไม่เกาะเนื้อมะเขือเทศ จับมุมของเปลือกมะเขือเทศที่กรีดเป็นกากบาทไว้และดึง เปลือกจะหลุดออกอย่างง่ายดาย

 

 วิธีที่ 2 : ใช้ไฟแก๊ส

1. ล้างมะเขือเทศในน้ำเย็น จากนั้นซับน้ำให้แห้ง ดึงจุกมะเขือเทศออก

2. ใช้ส้อมจิ้มมะเขือเทศจากทางด้านบน

3. เปิดเตาแก๊สไฟปานกลาง-ไฟแรง 

4. ถือมะเขือเทศให้ห่างจากเปลวไฟ 1 นิ้ว ค่อยๆ หมุนมะเขือเทศให้โดนความร้อนโดนมะเขือเทศเท่ากันทั้งลูก ประมาณ 15-25 วินาทีจนกว่าเปลือกเริ่มปริ (อารมณ์เดียวกับการปิ้งมาร์ชเมลโลว)

5. ปิดเตาและทิ้งมะเขือเทศให้เย็นลง  ก็ปอกเปลือกได้เลย

 

          เพียง 2 วิธีง่ายๆ คุณก็มีมะเขือเทศเนื้อเน้นๆ ไปปรุงอาหารอย่างที่ต้องการแล้วนะคะ

 

ข้อมูลจาก