ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายถึงการงดอาหารที่ชอบหรือทำตามกฎเคร่งครัดอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย เริ่มมองหาแนวทางการกินที่สมดุล ยืดหยุ่น และทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนำไปสู่คำว่า Plant-Forward และ Flexitarian ที่กลายเป็นเทรนด์การกินที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในปี 2026
ว่าแต่ว่า รู้ไหมคะว่า ทั้งสองคำที่ดูคล้ายกันนี้ จริงๆ แล้วทำหน้าที่ต่างกันค่ะ
Plant-Forward คือ การที่ “ผัก” เป็นศูนย์กลางของมื้ออาหาร
แนวคิดนี้ไม่ได้บอกให้เลิกกินเนื้อสัตว์ แต่ชวนให้ปรับสัดส่วนอาหาร โดยให้ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืช เป็นองค์ประกอบหลักของมื้ออาหาร ส่วนเนื้อสัตว์ ไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ จะอยู่ในบทบาทของส่วนเสริมมากกว่าการเป็นตัวเอกของจาน
การกินแบบ Plant-Forward ช่วยเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพในระยะยาว งานวิจัยด้านโภชนาการจำนวนมากชี้ว่า การเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืชสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะอักเสบในร่างกาย
ทั้งนี้ Plant-Forward ก็ไม่ได้หมายความว่ากินอะไรก็ได้ที่เป็นพืช เพราะเรายังคงต้องใส่ใจความหลากหลายและคุณภาพของวัตถุดิบ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนค่ะ
เอาละค่ะ ที้มาดูกันว่า ในชีวิตจริง เรากินแบบไหนกันแน่?
คำตอบคือ Flexitarian ค่ะ
Flexitarian คือการกินที่ “ยืดหยุ่น” กินอาหารจากพืชเป็นหลัก แต่ยังเลือกกินเนื้อสัตว์เป็นบางมื้อ บางโอกาส โดยไม่ตั้งกฎตายตัวหรือกดดันตัวเอง ซึ่งรูปแบบนี้สะท้อนพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ได้ดี โดยเฉพาะในสังคมเอเชียที่อาหารดั้งเดิมจำนวนมากยังมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ Flexitarian จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คนลดการกินเนื้อได้จริง และทำได้ต่อเนื่องในระยะยาว
ข้อดีสำคัญคือ เริ่มง่าย ไม่รู้สึกฝืน และปรับเข้ากับครอบครัวหรือสังคมได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ หากไม่ใส่ใจการเลือกวัตถุดิบ ก็อาจกลับไปกินเนื้อสัตว์มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
ความแตกต่างของ Plant-Forward และ Flexitarian ไม่ได้อยู่ที่ว่า “อันไหนดีกว่า” แต่อยู่ที่บทบาทของแต่ละแนวคิดค่ะ
Plant-Forward คือ ทิศทางและวิธีคิด ว่าผักควรเป็นฐานของมื้ออาหาร แต่ Flexitarian คือ พฤติกรรมการกินจริง ที่ยืดหยุ่นและปรับได้ตามสถานการณ์ เมื่อรวมกัน ทั้งสองแนวคิดจึงกลายเป็นแนวทางที่สมดุล กินผักให้มากขึ้น โดยไม่ต้องตัดขาดจากอาหารที่คุ้นเคยยังไงละคะ
มาถึงคำตอบว่า ทำไม Plant-Forward & Flexitarian ถึงเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปี 2026 นั่นเพราะผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้มองหาแค่ “อาหารเพื่อสุขภาพ” แต่ต้องการอาหารที่กินได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ซับซ้อน อร่อยและดีต่อโลกในระยะยาว Plant-Forward & Flexitarian จึงไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองการกิน จากการ “งด” ไปสู่การ “เลือก” อย่างมีสติค่ะ