รู้จักเทรนด์การเลือกผักตาม DNA และสุขภาพเฉพาะบุคคล

เรามักได้ยินคำแนะนำว่า “กินผักให้หลากหลาย” หรือ “กินผักให้ครบสี” ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการโภชนาการเริ่มพูดถึงแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “โภชนาการเฉพาะบุคคล” (Personalized Nutrition) กันแล้วนะคะ

โดยแนวคิดนี้อธิบายว่า ร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารไม่เหมือนกัน แม้จะกินเมนูเดียวกันก็ตาม ความแตกต่างนี้อาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ระบบเผาผลาญ อายุ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงสุขภาพลำไส้

องค์การอนามัยโลก (WHO) และงานวิจัยด้านโภชนาการจำนวนมากยืนยันตรงกันว่า การบริโภคผักอย่างเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด แต่ในระดับที่ลึกขึ้น นักวิจัยพบว่า “ชนิด” และ “ปริมาณ” ที่เหมาะสม อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

แล้วทำไมบางคนกินเหมือนกัน แต่ได้ผลลัพธ์ต่างกัน?

งานวิจัยด้านโภชนาการในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา พบว่า แม้คนสองคนจะกินอาหารเหมือนกัน ระดับน้ำตาลในเลือดหรือการตอบสนองของร่างกายหลังอาหาร อาจแตกต่างกันอย่างชัดเจน ปัจจัยหนึ่งที่มีบทบาทคือความแตกต่างทางพันธุกรรม และสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ตัวอย่างเช่น บางคนอาจมีแนวโน้มขาดโฟเลตได้ง่าย จึงควรให้ความสำคัญกับผักใบเขียวเข้มมากขึ้น ขณะที่บางคนอาจได้ประโยชน์มากจากผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อช่วยดูแลหัวใจและหลอดเลือด

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องตรวจ DNA ก่อนกินผักทุกครั้ง แต่สะท้อนว่า “อาหารที่ดี” อาจต้องคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละคนมากขึ้น

ทั้งนี้ มีงานวิจัยจำนวนมากในช่วงหลังชี้ว่า จุลินทรีย์ในลำไส้มีผลต่อการย่อยและการใช้ประโยชน์จากอาหาร ผักที่มีใยอาหารสูง เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ หน่อไม้ฝรั่ง หรือหอมใหญ่ อาจช่วยส่งเสริมสมดุลลำไส้ได้ แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล นั่นหมายความว่า ผักชนิดเดียวกันอาจให้ประโยชน์ไม่เท่ากันในทุกคน และนี่คือเหตุผลที่แนวคิดโภชนาการเฉพาะบุคคลกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในระดับโลก

แล้ว “ความสด” เกี่ยวข้องอย่างไร?

แม้เทรนด์การกินจะก้าวไปสู่การเลือกอาหารให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น แต่พื้นฐานสำคัญที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ “คุณภาพของวัตถุดิบ”

สารอาหารหลายชนิดในผัก เช่น วิตามินซี หรือสารต้านอนุมูลอิสระ มีแนวโน้มลดลงเมื่อเก็บไว้นานหรือเก็บในสภาพที่ไม่เหมาะสม งานวิจัยด้านการเก็บรักษาผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวระบุว่า การควบคุมอุณหภูมิและเวลาเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาคุณค่าทางโภชนาการ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกผักตามเป้าหมายสุขภาพแบบใด ความสดยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด

KC Fresh เชื่อว่า ความสดคือจุดเริ่มต้นของโภชนาการที่ดี เพราะแม้คุณจะเลือกผักได้เหมาะกับสุขภาพของตัวเองมากเพียงใด หากผักไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยว ประโยชน์ที่ควรได้รับอาจลดลง

การคัดสรรผักสดใหม่ ควบคุมคุณภาพ และใส่ใจในกระบวนการจัดเก็บ จึงเป็นรากฐานที่ช่วยสนับสนุนแนวคิด “ผักเฉพาะคุณ” ได้อย่างแท้จริง เมื่อโลกก้าวสู่ยุคที่สุขภาพเป็นเรื่องเฉพาะตัวมากขึ้น ความสดก็ยิ่งมีความหมายมากกว่าเดิม เพราะผักที่เหมาะกับคุณที่สุด ควรเป็นผักที่ยังคงคุณค่าทางธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วนค่ะ