เปิดตารางผักไทย 3 ฤดู ประโยชน์ล้นเหลือ ดีต่อกาย สบายกระเป๋า

ในยุคที่สามารถหาซื้อผักทุกชนิดรับประทานได้ตลอดทั้งปีในซูเปอร์มาร์เก็ต อาจทำให้หลายคนลืมไปว่า "ผัก" แต่ละชนิดมีช่วงเวลาที่เติบโตได้ดีที่สุดตามธรรมชาติ ภูมิปัญญาไทยโบราณมักสอนให้เรากินอาหารตามฤดูกาล ซึ่งไม่ใช่แค่กุศโลบาย แต่เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพและเงินในกระเป๋าอย่างที่เราคาดไม่ถึงค่ะ

วันนี้ KC Fresh จะพาทุกคนไปเจาะลึก ตารางผักตามฤดูกาลไทย 3 ฤดู พร้อมเหตุผลว่าทำไมการ "กินตามกาล" ถึงเป็นวิถีชีวิตที่สมาร์ทที่สุดในยุคนี้

ผักไทย 3 ฤดู ช่วงไหนควรเลือกกินอะไร?

ความที่ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายในแต่ละช่วงปี ทำให้มีผักอร่อยๆ สลับหมุนเวียนมาให้ชิมไม่ซ้ำกัน เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปีในฤดูร้อน

1. ฤดูร้อน (เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม)

ช่วงที่อากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง ร่างกายของเราต้องการน้ำและความเย็นมาช่วยปรับสมดุล ธรรมชาติจึงสร้างสรรค์ให้ผักที่มีฤทธิ์เย็นและมีส่วนประกอบของน้ำเยอะเติบโตได้ดีในฤดูกาลนี้ รวมถึงผักพื้นบ้านที่ทนแดดทนแล้ง ผักที่ควรกิน คือ แตงกวา, บวบ, ฟักเขียว, มะระ, ผักบุ้ง, ตำลึง, ชะอม, สะเดา, ผักกาดดอง, และหัวไชเท้า

2. ฤดูฝน (เดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน)

ฟ้าหลังฝนมักมาพร้อมความชื้นในดินและอากาศ พืชผักต่างๆ จะพากันแตกยอดอ่อนอย่างสนุกสนาน ช่วงนี้จึงเป็นนาทีทองของผักใบเขียว ผักพื้นบ้านเลื้อยริมรั้ว รวมไปถึงพืชตระกูลหน่อและเห็ดป่าธรรมชาติที่ชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ ซึ่งผักที่ควรกิน คือ หน่อไม้, ผักกูด, ผักหนาม, ใบบัวบก, ชะพลู, ดอกขจร, ดอกโสน, มะเขือเปราะ, มะเขือยาว, และเห็ดต่างๆ เช่น เห็ดโคน เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า

3. ฤดูหนาว (เดือนตุลาคม – เดือนมกราคม)

แม้จะมีฤดูหนาวน้อยลงทุกปี แต่ถ้ามองแบบทั่วประเทศที่ไม่ใช่แค่โฟกัสเพียงกรุงเทพฯ ฤดูหนาวยังแจ่มชัดนะคะ ซึ่งในบางพื้นที่นี่คือช่วงเวลาที่อากาศเย็นลงและมีความชื้นพอเหมาะ เป็นฤดูกาลที่ผักเมืองหนาวและผักตระกูลกะหล่ำจะเจริญเติบโตได้งดงามที่สุด ผักในฤดูกาลนี้จะมีความพิเศษตรงที่รสชาติจะหวานธรรมชาติ เนื้อแน่น และกรอบอร่อยเป็นพิเศษ ผักที่ควรกิน คือกะหล่ำปลี, บรอกโคลี, ผักกาดขาว, ผักกวางตุ้ง, มะเขือเทศ, แครอท, ดอกกะหล่ำ, ผักชี, ต้นหอม, และขึ้นฉ่าย

 

ข้อดีของการกินผักตามฤดูกาลมีมากมาย แต่สงสัยไหมคะว่า กินแล้วได้อะไร?

1. ดีต่อร่างกาย : ผักที่เจริญเติบโตตามฤดูกาลจะมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสะสมอยู่สูงสุดตามธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย เนื่องจากผักเติบโตง่ายตามธรรมชาติ เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือสารเร่งโตมากเท่ากับการฝืนปลูกผักนอกฤดูกาล ทำให้เราลดความเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างไปได้โดยปริยาย

2. ดีต่อเงินในกระเป๋า : เมื่อผักชนิดไหนเติบโตได้ดีตามฤดูกาล ผลผลิตก็จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เมื่อของมีเยอะ ราคาก็จะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด ลองเทียบราคามะนาวหน้าแล้งกับหน้าฝนดูได้ การเลือกกินผักในฤดูจึงช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมหาศาล

3. ดีต่อลิ้น : ผักนอกฤดูมักจะขาดความสมบูรณ์ในตัวเอง แต่ผักตามฤดูกาลจะให้รสสัมผัสที่ดีที่สุด หวาน กรอบ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวแบบที่ผักนอกฤดูให้ไม่ได้

4. ดีต่อโลกและชุมชน : การกินผักตามฤดูกาลมักจะสอดคล้องกับการกินผักพื้นบ้านในท้องถิ่น ช่วยลดพลังงานและมลพิษที่เกิดจากการขนส่งระยะไกล แถมยังเป็นการกระจายรายได้สู่เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ ให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างยั่งยืนอีกด้วยนะคะ

การเปลี่ยนพฤติกรรมมากินผักตามฤดูกาล ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่ลองสังเกตแผงผักในตลาดสดดูว่าช่วงนี้ผักอะไรวางขายเยอะเป็นพิเศษและราคาไม่แพง นั่นแหละคือสัญญาณจากธรรมชาติที่บอกว่า "นี่คือเวลาที่อร่อยและคุ้มค่าที่สุดที่จะกิน"

เริ่มต้นมื้อต่อไปของคุณวันนี้ด้วยผักตามฤดูกาล เพื่อสุขภาพที่ดีและเงินในกระเป๋าที่เหลือนะคะ